/* <!--Substitution is not a singleton for tag [blog]-->OpalKup-Blogspot : อยากเขียนก็เขียน : ขิเกียจก็ไม่เขียน*/ Opalkup: สิงหาคม 2007

ล็อค Control Panel

ล็อค Control Panel ไม่ให้ใครเข้าไปใช้ได้
ทราบกันดีแล้วว่า Control Panel เป็นที่รวบรวมเครื่องมือที่ใช้ในการปรับเปลี่ยนค่าต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก หากมีใครเข้าไปใช้เครื่องมือที่ไม่มีความชำนาญพอก็อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ คุณสามารถตั้งล็อคป้องกันไม่ให้ใครเข้าไปใน Control Panel ได้โดยมีวิธีดังต่อไป
1. คลิก Strat > Run
2. พิมพ์คำสั่ง gpedit.msc
3. คลิกปุ่ม OK จากนั้นจะปรากฎหน้าต่าง Group Polcy ขึ้นมา
4. เข้าไปที่ Administrative Templates
5. คลิกลงบนโฟลเดอร์ Control Panel
6. ดับเบิ้ลคลิกที่ Prohibit access to the Control Panel
7. จะปรากฎหน้าต่าง Prohibit access to the Control Panel Properties จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Option หน้ารายการ Enabled
8.คลิกปุ่ม Apply แล้วคลิกปุ่ม OK เพื่อยืนยันคำสั่ง


ป้องกันไม่ให้ใครมาเปลี่ยนแปลงภาพพื้นหลังเดสก์ทอป

เมื่อคุณมีภาพประทับใจ หรือภาพสำคัญแล้วได้นำมาเป็นพื้นหลังเดสก์ทอป หากไม่ต้องการให้ใครเข้ามาเปลี่ยนภาพนั้น ๆ คุณสามารถตั้งล็อกป้องกันการเปลี่ยนภาพได้โดยมีวิธีการเปลี่ยนดังนี้
1. คลิก Strat > Run
2. พิมพ์คำสั่ง gpedit.msc
3. คลิกปุ่ม OK จากนั้นจะปรากฎหน้าต่าง Group Polcy ขึ้นมา
4. เข้าไปที่ Administrative Templates\ Control Panel
5. คลิกลงบนโฟลเดอร์ Display
6. ดับเบิ้ลคลิกที่รายการ Prevent changing wallpaper
7. คลิกเลือกที่ปุ่ม Option หน้ารายการ Enabled
8.คลิกปุ่ม Apply แล้วคลิกปุ่ม OK เพื่อยืนยันคำสั่ง

TopStyle - เรื่องง่าย ๆ style " CSS "

topStyle Lite เป็นโปรแกรมสำหรับช่วยสร้าง/แก้ไข style sheet


ในโปรแกรมมี "style inspector" สำหรับสร้าง properties โดยอัตโนมัติ การใช้งานก็ง่ายๆๆ มี preview ให้ดู

http://www.krumontree.com/html/lesson_08_css_01.html

รวมทิป

วิธีการเขียนซีดีให้มีไอคอนแปลก ๆ ถ้าหากว่าสังเกตุดี ๆ เวลาที่เปิดใช้งานซีดีรอม จะพบว่าบางแผ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปไอคอนเป็นรูปแปลก ๆ ต่างกันไป ซึ่งในการทำให้เกิดไอคอนรูปต่าง ๆ นั้น ไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมอะไรเพิ่มเติมเลย เพียงแต่เขียนแบ็ตไฟล์ขึ้นมา 1 ไฟล์
ซึ่งให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

1. เปิดโปรแกรม Notepad ขึ้นมา
2. พิมพ์[autorun]icon = cdrom.ico ,0
3. จากนั้นให้ Save ตั้งชื่อไฟล์เป็น autorun.inf
4. เมื่อทำการเขียนแผ่นซีดีก็ให้นำไฟล์ที่ได้สร้างนี้เขียนลงไปด้วย
*** โดยไฟล์ cdrom.ico คือชื่อไอคอนที่เราต้องใส่ใน cd path นั้น ๆ ส่วน
0 เป็นการบอกลำดับที่ของไอคอน (ชื่อไฟล์ของไอคอนอาจเป็นชื่ออื่นก็ได้)

-------------------------------------------------------------

เลขที่ตามหลังของ DVD นั้นแต่ละตัวมีความหมายอย่างไร

• DVD 5 คือ แผ่นที่มีความจุประมาณ 4.8 GB จะให้เลือก DVD4.8 ก้อกะไรอยู่ โดยประเภทนี้แผ่นจะเป็นแบบ Single Layer หรือมี ชั้นข้อมุลเดียว
• DVD 9 คือแผ่นที่มีความจุ 8.4 GB เป็นประเภท Dual Layer หรือ มีสองชั้นข้อมูล
• DVD 10 เป็นแผ่นที่มีความจุประมาณ 8-9 GB โดยเป็น แบบ Double Side, Single Layer คือ เป็นแบบสองหน้าแต่ชั้นข้อมุลเดียว
• DVD 18 เป็นแบบมีความจุ ประมาณ 18 Gb โดยเป็น แบบDouble Side, Dual Layer คือ สองหน้า และ สองชั้นข้อมูลโดยคุรภาพแผ่น copy นั้น
แผ่นที่เป็น DVD9 จะดีกว่า และคุณภาพเทียบเท่าของแท้มากที่สุด (หาซื้อได้ที่ คลองถมใหม่ (กองปราบเก่า) ส่วน Pantip ที่ขาย ๆ กัน เป็น DVD5) แต่เดี๋ยวนี้แผ่น DVD5 หลายแผ่น พัฒนาคุณภาพขึ้น ในราคา 150 บาท เช่น Cast Away, Ronin , Vertical Limit เป็นต้น ที่มีคุณภาพดี ๆ และอีกหลาย ๆ เรื่อง ในทางกลับกันแผ่น DVD9 บางเรื่อง ก็มีปัญหา เหมือนกัน อิอิทำความเข้าใจอีกนิด DVD5 และ DVD9 ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่อง โซน แต่อย่างไร เพราะเคยได้ยิน ร้านบอกกับผู้ซื้อ ว่า เป็น แผ่น Zone5 และ Zone9 แบบประมาณ Zone5 ของไทย Zone9 ของฝรั่ง ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด เพราะ การแบ่งโซน DVD จะมีการแบ่งเป็น 6 Zone คือ 1 2 3 4 5 6 สำหรับประเทศไทยจะอยู่ใน Zone 3

----------------------------------------------------

TIP ทำให้ XP เรียกใช้งาน Cache Level 2

เข้าไปที่ -Start-Run พิมพ์ว่า Regeditเข้าไปตาม Root นี้
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\Session Manager\Memory Management

แก้ไขค่า SecondLevelDataCacheโดย Click ขวาเลือก Modify CPU Cache ต่างๆ ใส่ตามนี้

100 Cache 256
200 Cache 512
400 Cache 1MB
800 Cache 2MB

เท่านี้ก็ทำให้ XP รู้จักค่า Cache L2 ของ CPU แล้วครับแล้วอย่าลืม Restart เครื่องด้วย

----------------------------------------------

เทคนิคการเขียนแผ่น CD

เทคนิคและวิธีเขียนแผ่นซีดีที่ดีปัญหาที่พบบ่อยจากการเขียนแผ่น CD-R ก็คือแผ่นเสีย ซึ่งแน่นอนก็คือการเสียเงินซื้อแผ่นเพิ่มมากขึนหากเป็นการค้าก็ทำให้ต้นทุนของท่าน สูงตามไปด้วย ในการพิจารณาจะนำ CD-R drive ชนิดไหนมาเป็นตัวเขียนแผ่น อย่าคำนึงถึงแต่เรื่องราคา ควรคำนึงถึงปัญหาในการเขียนแผ่นด้วย เพราะถ้าแผ่นเสียมาก ๆ จาก driver ราคาถูก ๆ เมื่อรวมแล้ว อาจกลายเป็นแพงมากได้ เพราะจำนวนการเสียของแผ่นที่มีมากเหลือเกิน ดังนั้นการพิจารณา drive CD-R ควรคิดถึงงานที่จะทำด้วย เพราะงานบางชิ้นต้องการความเสถึยร ของเครื่องเขียนค่อนข้างมาก เช่น งาน copy แผ่น CD ไป CD-R โดยตรงจะมีปัญหากับการรับส่งของข้อมูลของค่อนข้างมาก ซึ่งในส่วนนี้ CD-R ที่เป็น SCSI จะได้เปรียบกว่าIDE เพราะ SCSI จะมีความเสถึยรมากกว่าแต่ราคาจะแพงกว่า IDE ซะด้วยสิ!
ปัญหาของแผ่นที่เสียถึงแม้ drive จะมีส่วนร่วมทำให้เสียก็จริงแต่ปัจจัยอื่นก็มีส่วนร่วมอีกมากถึงแม้จะได้ drive ที่ดีก็ตาม โดยปัจจัยต่าง ๆ พอจะสรุปได้คร่าว ๆ ถึงแม้จะไม่หมดทุกเรื่องแต่เป็นปัญหาพื้นฐานที่ผู้เขียนพบและก็ทำให้เสียแผ่นไปจำนวนพอสมควรทีเดียวในส่วนนี้เราจะเขียนถึงปัญหาทั้งหมดที่เคยพบ และท้ายสุดจะเขียนถึงวิธีแก้ไขเบื้องต้นเพื่อให้ท่านสามารถแก้ไขด้วยตนเองได้

ปัญหาจากแผ่นเสียพอจำแนกออกเป็นหัวข้อได้ดังต่อไปนี้
- ปัญหาที่เกิดจากแผ่นด้วยคุณภาพ
- ปัญหาที่เกิดจากสภาพแวดล้อมของเครื่อง computer
- การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น จากปัญหาที่พบมาทั้งหมด

- ปัญหาของแผ่นเสียที่เกิดจากแผ่นด้อยคุณภาพ

1. แผ่นที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน โดยส่วนใหญ่จะทำออกมาเป็นแผ่นราคาถูกเพื่อให้น่าสนใจที่จะนำไปใช้งานแต่ไม่ได้หมายความว่าแผ่นที่มีราคาสูงจะดีทุกแผ่นดังนั้นควรเปรียบเทียบแต่ละยี่ห้อด้วยการสุ่มหรือถามจากคนที่เคยใช้มาก่อน เท่าที่ผู้เขียนเคยพบยังมีการนำแผ่นเกรด B มาขายในราคาเท่ากับแผ่น เกรด A ก็มีดังนั้น ราคาก็ไม่ใช่ตัวตัดสินได้ว่าแผ่นจะดีหรือไม่ท่านควรเทียบจากการใช้งาน
2. ปัญหาแผ่นที่ไม่เข้ากันกับ drive CD-R ก็มีส่วนทำให้แผ่น เกรด A บางตัวใช้งานไม่ดี เพราะตัว drive CD-Rเองก็ไม่ใช่จะเข้ากันกับ แผ่นได้ทุกยี่ห้อ ดังนั้นท่านควรเลือกแผ่นที่ท่านใช้แล้วมีปัญหากับ Drive ตัวของท่านน้อยที่สุด

- ปัญหาที่เกิดจากสภาพแวดล้อมของเครื่อง computer

1. ปัญหาที่เกิดจาก Power Supply ที่จ่ายไปไม่พอกับความต้องการของเครื่องทั้งระบบ ซึ่งเท่าที่เคยเจอแผ่นเขียนได้ไม่จบ โดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งท่านใช้แผ่นที่ดีแล้วก็ตาม ซึ่งอาการนี้ค่อยข้างตรวจเจอยากแต่ก็ทำความเสียหายได้มากมายทีเดียว "ควรตรวจว่า อุปกรณ์ภายในเครื่องมีมากแค่ไหนและไฟเลี้ยงเครื่องจะเพียงพอหรือไม่เพราะเท่าที่เจอ Power Supply บางตัวมี วัตต์ไม่เต็มแล้วพอเจอการใช้ไฟภายในเครื่องมาก ๆ ก็จะทำให้ไฟเลี้ยงตัว CD-R ไม่พอ เพราะ CD-R ขณะเขียนแผ่นจะสดุดไม่ได้เลย

2. อุปกรณ์ต่อพ่วงภายในเครื่องนอกจากปัญหาไฟเลี้ยงเครื่องแล้ว อุปกรณ์ต่อพ่วงบางชิ้น เช่น Sound Card,Modem Internal, SCSI ที่เป็น slot แบบ PCI ด้วยกันทั้งหมด มักจะพบว่า การแยก IRQ ของ windowsให้กับ Card เหล่านี้ชนกัน(หมายถึงในเครื่องมีการใส่ Card หลาย ๆ ตัว) บางครั้ง IRQ แก้ไขได้แล้ว แต่ยังมีเรื่องของ IO อีกอย่างด้วยที่ต้องไม่ให้เกิด conflicts ด้วย (IO = Input Output , conflicts = การที่ windows ใช้ช่องทางข้อมูลเข้าออกซ้ำกันของอุปกรณ์มากกว่า 1 ชิ้น)

3. การตั้ง Screen Saver Mode ถ้าขณะเขียนแผ่น แล้ว windows เข้าสู่ Screen Saver ตามเวลาที่คุณตั้งไว้ก็อาจเกิดความเสียหายได้ เพราะการรับส่งข้อมูลอาจสะดุดแผ่นก็อาจจะเสียได้ด้วย

4. อุณหภูมิ ขณะทำงาน ถ้าอุณหภูมิของเครื่องเขียนร้อนมาก ท่านอาจได้แผ่นที่เสียก่อนเขียนเสร็จหรือเขียนได้เสร็จแต่แผ่นใช้งานไม่ได้5. การรับส่งข้อมูลจากต้นทางเข้าสู่ CD-R มีการสะดุดเพราะการเขียนแผ่น CD-R ห้ามสะดุด ของกับส่งข้อมูล

- การแก้ไขปัญหาที่เจอมาทั้งหมดทั้งที่กล่าวไว้ข้างต้นและไม่ได้กล่าวไว้ด้วย

1. การเลือกแผ่นมาใช้งาน ควรเลือกแผ่นที่เข้ากันได้กับเครื่องที่เรานำมาใช้งาน โดยอาจต้องมีการทดลองบ้างในที่นี้ไม่จำเป็นต้องเป็นแผ่น เกรด A เท่านั้น แต่ส่วนใหญ่แผ่นเกรด A มักไม่ค่อยมีปัญหา บางครั้งเครื่องนั้นก็ใช้งานได้ดีกับแผ่นเกรด B ด้วย แต่ก็ไม่ใช้กับทุกแผ่น ควรทดลองใช้แผ่นดูว่าตัวไหนใช้ได้ดีที่สุด

2. หากมีการเสียของแผ่นมาก ๆ โดยหาสาเหตุไม่ได้ ให้ลองนำ Power Supply มาต่อให้ CD-R ต่างหากอีกตัวหากปัญหาดังกล่าวหายไป แสดงว่า ไฟเลี้ยงเครื่องของท่านไม่พอ และถ้าท่านใช้ CD-R ที่เป็น IDE ขอแนะนำว่าหา Power มาเปลี่ยนได้เลย หรือหากมีที่ว่างในเครื่องพอ ก็ต่ออีกตัวเข้าไปเลี้ยง CD-R ต่างหากเลย แต่หากท่านใช้ CD-R ที่เป็น SCSI ท่านไม่ต้องการซื้อ Power ใหม่ หรือ ซื้อตู้ใหม่ ท่านสามารถซื้อเป็น External Box ของCD-R SCSI มาใช้ได้เลย เพราะจะมี Power ต่างหากให้ใช้งานได้เลย

3. กรณีที่ใช้ Card ต่าง ๆ หลายตัวที่เป็น Slot แบบ PCI ที่เจอมักมีปัญหาเรื่อง Conflicts ของ IRQ และ IO ของwindows วิธีแก้คือท่านต้อง ย้ายค่า ต่าง ๆ เหล่านี้เป็น เท่าที่เจอ ผู้เขียนได้ย้าย IRQ ไม่ Conflicts แล้ว แต่ยังเจอปัญหาของ IO อีกที่ต้องแก้ค่าหนีกันไม่ให้ชนกัน (ให้เข้าไปดูได้จาก mycomputer คลิ๊กขวา เลือก propertiesแล้วเข้าไปดูในส่วน Device Manager โดยดูส่วนที่เป็น Card PCI ก่อนได้เลย เช่น ในเครื่องท่านมี Sound Cardเป็น PCI , SCSI เป็น PCI ให้ดูที่ค่าของ Sound Card ได้เลย ซึ่งต้องแก้ไขค่าหนีกันไปจนกว่าจะเขียนได้วิธีที่จะตรวจว่าใช่หรือไม่ในการที่จะ conflicts จริงหรือไม่ ให้ลองถอด Sound Card ออกดูจะใช้งานเขียนแผ่นได้ท่านต้องแก้ไขโดยเปลี่ยนค่า IRQ และ IO จนกว่าจะหายหรือ ถอดออกไปเลย หรือให้หา Sound Card ที่เป็น ISAมาใช้แทน ซึ่งเท่าที่พบไม่ค่อยมีปัญหา หรือเปลี่ยน SCSI Card เป็น ISA แทน แต่หากท่านไม่มีปัญหาตัวนี้โดยท่านใช้ PCI Card ทั้งหมดได้ ท่านก็ควรจดค่า IRQ และ IO เก็บไว้ เผื่อการติดตั้ง Windows ครั้งต่อไป อาจเกิดขึ้นกับท่านก็ได้

4. ปัญหาที่เกิดจาก การตั้ง Bios บางท่านใช้ Windows 95 แล้ว windows ไม่รู้จัก USB Port โดยWindows 95 จะขึ้นเครื่องหมาย ! หน้า device ตัว USB เพราะไม่รู้จัก ท่านก็ไม่ควรไป Disableตัว USB ใน Bios เพราะสามารถทำให้ Windows ใช้งานเครื่องผิดพลาดได้ด้วย

5. ถ้าท่านชอบตั้ง Screen Saver ท่านควรตั้งให้นานกว่าเวลาที่ใช้ในการเขียน เพื้อป้องการการล่มเพราะเครื่องสะดุดจากการที่เครื่องใช้ Screen Saver (การตั้งต้องตั้งค่าทุกตัวให้เกินด้วยเพราะมีผลกับ CD-R ที่เป็นIDE มากที่สุด) หรือถ้าจะให้แน่ใจให้ Disable ให้หมด

6. เครื่องที่มี RAM ไม่มาก ไม่ควร load โปรแกรมที่ไม่จำเป็นเข้าไปในเครื่องเพราะการทำงานจะช้าลงและอาจสะดุดได้เช่นกัน

7. Harddisk ควรมีที่ว่าง เพียงพอกับความต้องการใช้งานของโปรแกรมเขียนแผ่น ในที่นี้ขอแนะนำว่าไม่ควรต่ำกว่า200 MB ถ้าหาก ท่าน copy แผ่น CD ไป CD-R โดยตรง แล้วตั้งค่าที่โปรแกรมเขียนว่า ให้สร้าง Image files ไว้ที่ Harddisk ก่อนเขียน ซึ่งมีผลทำให้เครื่องไม่ต้องอ่านแผ่นต้อนฉบับตลอด ซึ่งใช้ในการเขียนแบบหลายแผ่นต่อเนื่อง โดยโปรแกรมจะอ่านแล้วเขียนข้อมูลไว้ที่ Harddisk แล้วจะอ่านจาก Harddisk ออกมาเขียนแผ่นเลยซึ่งขนาดก็จะมีขนาดใหญ่ มาก ท่านควรเหลือพื้นที่ว่าง ไม่ต่ำกว่า 800 MB

8. CD-Rom ที่ใช้อ่านที่มีความเร็ว 34X หรือ 40X แม้แต่ 48X ปัจจุบันซึ่งเป็น เทคโนโลยี่ CAV จะมีความเร็วในการอ่านข้อมูลได้ไม่เท่ากันทั้งแผ่น ดังนั้นดังนั้นควรระวังในเรื่องนี้ด้วย เพราะถ้าอ่านข้อมูลได้ไม่ทันตัวเขียนเพียงนิดเดียวเครื่องเขียนจะหยุดเขียนทันที (ปัญหานี้มักพบในการ copy แผ่น โดยใช้ ตัวอ่านและเขียนเป็นแบบ IDE ทั้งคู่)

9. ความร้อน ของเครื่องเขียนแผ่น ถ้าหากอุณหภูมิสูงมาก จะมีผลต่อการเขียนแผ่นอย่างมาก เพราะการใช้ เลเซอร์เขียนแผ่นมีความร้อนมากอยู่แล้ว ถ้าอุณหภูมิเครื่องสูงด้วย ถ้าแผ่นไม่เสียทันที ก็อาจจะเสียหลังจากเสร็จแล้วคืออ่านแผ่นไม่ได้ ควรมีการระบายความร้อนที่ดีถ้าใช้งานหนัก หรือควรพักเครื่องบ้าง ถ้าไม่อยากให้ตัวเขียนราคาแพงเสียไปด้วยกับแผ่น

สรุปการเขียนแผ่นที่ไม่เสียก็คือการป้องกันการสะดุดของข้อมูลต้นทางที่จะเข้าเครื่องเขียนเพราะสะดุดเมื่อไรเสียเมื่อนั้น ไฟเลี้ยงต้องเพียงพอกับความต้องการของอุปกรณ์ในเครื่อง Software ต้องติดตั้งโดยไม่เกิดปัญหากับการเขียนแผ่น Harddisk ต้องมีที่ว่างพอให้โปรแกรมทำงานได้ การระบายความร้อนต้องดี เพื่อป้องกันปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมด

แก้ปัญหา ADSL

นานาปัญหาของ ADSL ของ TOT ใช้กับค่ายอื่นก็ได้เหมือนๆกันกรณี Connect ไม่ได้ มีอยู่ 2 กรณี

กรณีที่ 1 - สัญญาณไฟของ Link ADSL ที่ Modem จะกระพริบตลอดเวลา แสดงว่าไม่ได้รับสัญญาณ ADSL
วิธีแก้ไข- ลองยกหูโทรศัพท์ฟังสัญญาณว่ามีสัญญาณโทรศัพท์(dial tone)หรือเปล่า ถ้าไม่มีแสดงว่าคู่สายมีปัญหา โทรแจ้ง 1177
- ตรวจสอบว่าสายโทรศัพท์ที่ใช้สำหรับ ADSL มีการต่อพวงกับอุปกรณ์โทรศัพท์ โทรสารและอื่นๆหรือไม่ ถ้ามีให้ลองปลดอุปกรณ์นั้นๆออก (อุปกรณ์เหล่านี้สามารถถูกต่อพวงได้แต่ต้องต่อพวงกับสายที่ใช้ต่อโทรศัพท์หลังผ่าน Spliter แล้ว)
- กรณีเป็น Modem แบบ USB ให้ Check ว่ามีการลง driver ถูกต้องสมบูรณ์แล้วหรือยัง ถ้ายังต้องลง driver ใหม่ให้สมบูรณ์ก่อน- หลังจากลง Driver ใหม่แล้ว ให้ Check สัญญาณไฟของ Link ADSL ที่ Modem ว่านิ่งแล้วยัง ถ้ายังกระพริบอยู่ ให้โทรที่ Call center

กรณีที่ 2 - ไฟสัญญาณของ Link ADSL ที่ Modem จะนิ่ง(ไม่กระพริบ)หรือ Sync แสดงว่าได้รับสัญญาณ ADSL แล้ว แต่อาจ Set ค่าต่างๆผิด
วิธีแก้ไข- เกิดจาก set ค่าต่างๆผิดต้อง set ให้ถูกต้อง คือ ค่า VPI=1 , VCI=32 , ค่า Encapsulation=PPPoE LLC- รวมทั้งใส่ Username และ Password ให้ถูกต้อง ตามที่ได้รับจาก ToT แล้วลอง Connect ใหม่อีกครั้ง
ถ้ายังไม่ได้ - ให้โทร Check ที่ Call Center 1100 สอบถามสภาพสัญญาณ ADSL , สภาพคู่สาย และ Network Sytem ในขณะนั้นmiddle
กรณี Speed ตกหรือไม่ได้ speed ตามที่ขอไว้
วิธีแก้ไข วิธีที่ 1- ต้องต่อผ่าน Splitter ก่อนที่จะเข้า modem- ห้ามวางสายโทรศัพท์ผ่านอุปกรณ์ที่มีสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น หม้อแปลงของ modem,มือถือ และ จอของ TV,Computer เป็นต้น- ตรวจสอบว่าสายโทรศัพท์ที่ใช้สำหรับ ADSL มีการต่อพวงกับอุปกรณ์โทรศัพท์ โทรสารและอื่นๆหรือไม่ ถ้ามีให้ลองปลดอุปกรณ์นั้นๆออก (อุปกรณ์เหล่านี้สามารถถูกต่อพวงได้แต่ต้องต่อพวงกับสายที่ใช้ต่อโทรศัพท์หลังผ่าน Spliter แล้ว)
- ปิด-เปิด โมเด็ม และถอดสายระหว่าง Modem กับ Computer ออกและเสียบใหม่ แล้วลอง Connect อีกครั้ง- ลง driver modem ใหม่ เสร็จแล้วลอง Connect อีกครั้ง
วิธีแก้ไข วิธีที่ 2- Check ที่ Call Center 1100 สอบถามสภาพคู่สาย และ Network Sytem ในขณะนั้นยังปรกติอยู่หรือเปล่าmiddle
กรณีสัญญาณหลุดบ่อย
วิธีแก้ไข วิธีที่ 1- ตรวจสอบว่าสายโทรศัพท์ที่ใช้สำหรับ ADSL มีการต่อพวงกับอุปกรณ์โทรศัพท์ โทรสารและอื่นๆหรือไม่ ถ้ามีให้ลองปลดอุปกรณ์นั้นๆออก (อุปกรณ์เหล่านี้สามารถถูกต่อพวงได้แต่ต้องต่อพวงกับสายที่ใช้ต่อโทรศัพท์หลังผ่าน Spliter แล้ว)
- ไม่ควรนำปลายสายโทรศัพท์ที่ออกจาก splitter แล้วเข้าโทรศัพท์ นำมาเข้า modem 56 kbps- ปิด-เปิด โมเด็ม และถอดสายระหว่าง Modem กับ Computer ออกและเสียบใหม่ แล้วลอง Connect อีกครั้ง- ลง driver modem ใหม่อีกครั้ง เสร็จแล้วลอง Connect อีกครั้ง
วิธีแก้ไข วิธีที่ 2- Check ที่ Call Center 1100 สอบถามสภาพคู่สาย และ Network Sytem ในขณะนั้นยังปรกติอยู่หรือเปล่า
Error 629 : "You have been disconnected from the computer you dialed, Double Click"(สายหลุดบ่อยในขณะต่อเข้าอินเตอร์เน็ต เกิดจากเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ต่อเข้าอินเตอร์เน็ต มีสัญญาณรบกวนมาก หรือสัญญาณที่เชื่อมต่อระหว่างชุมสายไม่ค่อยดี)
วิธีแก้ไข
- ให้ตรวจดูว่าสายโทรศัพท์ที่ต่อเข้าเครื่องโมเด็มอยู่ในสภาพปกติ หรือมีสัญญาณรบกวนหรือไม่ ถ้ามีเสียงรบกวนให้โทรแจ้ง Call center 1100
Error 630 : "The computer is not receiving a response from the modem. Check that the modem is plugged in , and if necessary, turn the modem off , and then turn it back on."
วิธีแก้ไข วิธีที่ 1- Restart Windows ใหม่- ปิด-เปิด โมเด็มใหม่- ให้ถอดสายระหว่าง Modem กับ Computer (สาย LAN หรือ สาย USB) ออกและเสียบใหม่ให้แน่นหรือให้ได้จังหวะพอดี
วิธีแก้ไข วิธีที่ 2
- ติดตั้ง driver โมเด็มใหม่
Error 650 : "The Computer you are dialing in to does not respond to a network request check your server…"
วิธีแก้ไข วิธีที่ 1- Check ว่ามีการต่อพ่วงของอุปกรณ์หรือเปล่าก่อนที่จะเชื่อมต่อ ADSL ถ้ามีให้เอาออกก่อน- ไม่ควรนำปลายสายโทรศัพท์ที่ออกจาก splitter แล้วเข้าโทรศัพท์ นำมาเข้า modem 56 kbps- ปิด-เปิด โมเด็ม และถอดสายระหว่าง Modem กับ Computer ออกและเสียบใหม่ แล้วลอง Connect อีกครั้ง- ลง driver modem ใหม่อีกครั้ง เสร็จแล้วลอง Connect อีกครั้ง
วิธีแก้ไข วิธีที่ 2- Check ที่ Call Center 1100 สอบถามสภาพคู่สาย และ Network Sytem ในขณะนั้นยังปรกติอยู่หรือเปล่า
Error 651
ปัญหาเกิดจาก driver ของ modem มีปัญหา หรือ ยังไม่ได้รับสัญญาณ ADSLวิธีแก้ไข - uninstall driver modem เก่าออก ลง driver modem ใหม่อีกครั้ง และ ใส่ Username & Password ให้ถูกต้อง เสร็จแล้วลอง Connect อีกครั้งError 678 : "Computer you are dialing in to is not answering"หรือ "No Answering from Modem"
วิธีแก้ไข วิธีที่ 1- ถ้าก่อนหน้านี้ใช้งานได้ปกติ ให้ทำการปิด-เปิด โมเด็ม พร้อมทั้ง Restart Windows ใหม่
วิธีแก้ไข วิธีที่ 2- ติดตั้งโมเด็มใหม่
Error 680 : "No Dial Tone"
วิธีแก้ไข วิธีที่ 1- ให้ตรวจสอบว่ามีสัญญาณโทรศัพท์หรือไม่ โดยการยกหูโทรศัพท์ว่ามีสัญญาณโทรศัพท์หรือไม่ และสามารถโทรออกได้หรือไม่
วิธีแก้ไข วิธีที่ 2- ให้ตรวจสอบว่าติดตั้งอุปกรณ์ถูกต้องหรือไม่ คือ 1.สายโทรศัพท์ที่มาจาก outlet หรือ เต้าเสียบ นำมาเข้าที่ช่อง Line ของ Splitter2. นำสายโทรศัพท์อีกเส้นเสียบที่ช่อง Phone หรือ Tel ของ Splitter และ นำปลายสายโทรศัพท์อีกด้านหนึ่งเข้าเครื่องโทรศัพท์3. นำสายโทรศัพท์อีกเส้นเสียบที่ช่อง Adsl ของ Splitter และนำปลายสายโทรศัพท์อีกด้านหนึ่งเข้า Modem ที่ช่อง Wan
Error : 691ปัญหาอาจเกิดจาก ใส่ Username และ Password ผิด หรือ Username และ Password มีปัญหา
วิธีแก้ไข- ใส่ User name และ Password ใหม่ให้ถูกต้อง
Error 720 :
วิธีแก้ไข วิธีที่ 1- เกิดจาก set ค่าต่างๆผิดต้อง set ให้ถูกต้อง คือ ค่า VPI=1 , VCI=32 , ค่า Encapsulation=PPPoE LLC- รวมทั้งใส่ Username และ Password ให้ถูกต้อง ตามที่ได้รับจาก ToT
วิธีแก้ไข วิธีที่ 2- Check ที่ Call Center 1100 สอบถามสภาพคู่สาย และ Network Sytem ในขณะนั้นยังปรกติอยู่หรือเปล่าError 797
- เกิดจากยังไม่ได้รับสัญญาณ ADSL Check ที่ Call Center 1100- แต่ถ้าได้รับสัญญาณ ADSL แล้ว เกิดจากset ค่าต่างๆผิดต้อง set ให้ถูกต้อง คือ ค่า VPI=1 , VCI=32 , ค่า Encapsulation=PPPoE LLC - รวมทั้งใส่ Username และ Password ให้ถูกต้อง ตามที่ได้รับจาก ToT- Check ที่ Call Center 1100 สอบถามสภาพคู่สาย และ Network Sytem ในขณะนั้นยังปรกติอยู่หรือเปล่า

ซ่อน Navbar

  • Navbar เป็นแถบเครื่องมือ ของ Blogspot ซึ่งอยู่ด้านบนของ หน้าเวป ถ้าเราไม่ต้องการ ก็ให้เพิ่มโดส ( ด้านล่าง) ลงไปใน Html ใส่ #navbar { display:none; }
  • ไว้เหนือ]]>ซึ่งจะอยู่เหนือ < /head >
  • แล้วทำการ Save Template ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ขยายความกว้างของ Blogger

เข้าไปแก้ไข Html
หาคำว่า #outer-wrapper ,#main ,#sidebar
โดย #outer-wrapper คือพื้นที่รวมทั้ง 2 แถว กำหนดให้มีขนาด 90% ของหน้าเวป โดยเปลี่ยนจากของเดิมที่กำหนดไว้ 600 กว่าพิกเซล [ width:660px ] ==>> width:90%

#main คือส่วนทางซ้าย ที่เป็นเนื้อหา กำหนดให้ใหญ่หน่อย เป็น 70 %
#sidebar คือส่วนทางขวา ที่เป็นส่วนแสดง link ต่างๆๆ กำหนดไว้เท่าเดิืมก็ได้ หรือเปลี่ยนเป็น % ก็ประมาณ 24 % { width: 24%}

เท่านี้เราก็จะได้ blog ที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อย ไม่เล็กแคบ เหมือนของเดิม

ขำ ขำ

ดูกันขำ ๆ คลายเครียดครับ หุหุหุ ..

Scrollbar - color

Coloured scrollbars are only available to those using Internet Explorer.
To start, use this code:

<style type="text/css">
body {
scrollbar-arrow-color: ######;
scrollbar-track-color: ######;
scrollbar-face-color:######;
scrollbar-shadow-color: ######;
scrollbar-darkshadow-color: ######;
scrollbar-highlight-color: ######;
scrollbar-3dlight-color: ######; }
</style>

รูปภาพแสดง แต่ล่ะส่วนของ scrollbar:


ในตัวอย่าง ให้ใส่เลขฐาน16 หกตัวลงไปแทน "######" สำหรับแต่ละส่วนของ scrollbar และ..เรียบร้อย!







Border style

The following image illustrates the various types of border styles. To use a specific style, simply insert the title given into the appropriate place in your style tags.

border: 1px solid Black; // กำหนด border ขนาด 1 พิกเซล แบบ solid สีดำ

CSS background property.

ต้องการใส่รูปลงไปใน site's header / กำหนด bullets ใน list หรือ วางรูปภาพลงในตำแหน่งใดๆ ใน เวป และยังคงอยู่เมื่อ user ใช้ scroll down ... คุณสามารถทำได้ โดยใช้ CSS background property.

CSS มีความสามารถมากกว่า การเซ็ต ตำแหน่ง และการแสดงรูปภาพ เป็นการดีที่จะเรียนรู้ ในการใช้ CSS syntax สำหรับ background image ในที่นี้จะแนะนำให้คุณหัดทำ ลงใน Table

Background image basics

เริ่มต้นด้วยการกำหนด รูปลงใน CSS code :

h1 {background-image: url(underline.jpg);}

คุณสามารถที่จะใส่ URL แบบ local path หรือ URL เเบบเต็มๆๆ ก็ได้. ต่อไป คุณสามารถควบคุมได้ว่า รูป ควรจะ ทำซ้ำตามแนวตั้ง หรือแนวนอน โดยใช้ geometry ดังนี้ "repeat-x" and "repeat-y", ดูตัวอย่างด้านล่างนี้

h2 {
background-image: url(image.jpg);
background-repeat: repeat-x; }
h3 {
background-image: url(image.jpg);
background-repeat: repeat-y; }

ในการกำหนด ทั้ง แกน x และ แกน y เพื่อให้แสดงรูปซ้ำ ทั้งสองด้าน เราจะใช้ parameter "repeat" :

body {
background-image: url(image.jpg);
background-repeat: repeat; }

------------------------------------------
#main {
background-image: url(image.jpg);
background-repeat: no-repeat; }


Fixed background images

มันเป็นไปได้ว่าคุณต้องการรูป background ที่จะแสดงแบบ fixed ตำแหน่งบน screen แม้นว่า user จะ scroll up หรือ down ที่หน้าเวปเพจ รูป background ก็จะยังคงอยู่กับที่ไม่เคลื่อนตาม Scroll ดังตัวอย่าง :

#main {
background-image: url(image.jpg);
background-attachment: fixed;
}

การกำหนดตำแหน่งให้กับรูป background โดยใช้ "background-position: Xpx Ypx;" ดังตัวอย่างด้านล่าง :

#pixelplaced {
background-image: url(image.jpg);
background-position: 25px 10px;
}

#header {
background-image: url(image.jpg);
background-position: 20% 10%;
}

#footer {
background-image: url(image.jpg);
background-position: bottom right;
}

ในตัวอย่างด้านบน รูปภาพถูกกำหนดให้ อยู่ที่ 25 pixels จากทางซ้ายและ 10 pixels จากด้านบน ตัวอย่างสุดท้ายเป็นการใช้ keywords ระบุตำแหน่ง ซึ่งมีดังนี้ : top, right, bottom, left, and center.

Bullet images in CSS

One useful purpose for the background property is to replace ordinary bullets in lists with your own graphics. To do so, you start by redefining the

    tag, which controls unordered lists (those using bullets, not numbers):

    ul {
    list-style-type: none;
    padding-left: 0;
    margin-left: 0;
    }

    This removes the bullet markers as well as any indentations that a browser might apply.

    Next, let's specify the bullet graphics for each list item -- the
  • tag:

    li {
    background: url(image.gif);
    background-position: left center;
    background-repeat: no-repeat
    }

    You can shorten this collection of background properties - as well as any of those in earlier code examples above - with a single background declaration:

    li {background: url(image.gif) left center no-repeat;

    In this example the browser will place the image at the left edge of the list item. To position the bullet more accurately, you can use pixel values instead of these kinds of positioning keywords.

    However, at this point, the text for each
  • tag will appear directly atop the bullet. To pad this out a little, just insert a padding value to the left side of the
  • style. If the graphic is 15 pixels wide, for example, you might put 20 pixels of padding on the left-hand side. Similarly, you could add to the top or bottom margins if the list items appear stacked too tightly together. To sum up, a list item that uses a custom graphic with extra padding and extra spacing in the top margin might look like the following example:

    li {
    background: url(image.gif) left center no-repeat;
    padding-left: 20px;
    margin-top: 5px;
    }

รวม Tips CCS

ทำ div ให้เป็น scroll

เขียน css ดังนี้


< type="text/css">
.longtext{width:250px;height:150px;overflow:scroll;}
< / style>

html -->>

< class="longtext">
text text text text
text text text text
text text text text
< /div>

-------------------------------------------

สร้าง preload

.preload{ background: url(load.gif) no-repeat 50% 50%; }


คือการให้แสดงรูป GIF ขณะกำลังโหลดรูป เช่นรูป


-------------------------------------------

Pseudo-classes

Pseudo-classes and Pseudo-elements คือ class และ element พิเศษ มีวิธีเขียนได้ 2 รูปแบบ ดังนี้

selector: Pseudo-class { property: value }

or

selector: Pseudo-element { property: value }

selector.class: Pseudo-class { property: value }

or

selector.class: Pseudo-element { property: value }

Anchor Pseudo-classes เช่น

a:link { color: red }
a:hover {color:black; text-decoration:underline;}
a:active { color: blue; font-size: 125% }
a:visited { color: green; font-size: 85% }

a:link คือสถานะของลิ้งค์ a:hover คือ สถานะลิ้งค์เมื่อเอาเมาส์ไปแตะ a:active คือ สถานะเมื่อลิ้งค์หน้านั้นถูกเปิดอยู่ a:visited คือ สถานะลิ้งค์ที่ถูกเปิดและปิดไปแล้ว คุณสามารถกำหนด ให้มีรูปแบบต่างกันได้ ในกรณีนี้ เมื่อคุณ เขียน
a href=”http://www.divland.com”> ลิ้งค์จะเป็นสีแดง เมื่อเอาเมาส์แตะ จะเป็นสีดำ มีเส้นใต้ หากเป็นการเปิดหน้าใหม่ คุณจะเห็นลิ้งค์ เป็นสีน้ำเงิน และเมื่อคุณปิดหน้านั้น ลิ้งค์ที่คุณได้กดไปแล้ว จะเป็นสีเขียว

First Line Pseudo-element
ในหน้าหนังสือพิมพ์ จะมีพาดหัวข่าวบรรทัดแรกตัวหนา ใหญ่ รูปแบบนั้น จะใช้ firstline

P:first-line {
font-variant: small-caps;
font-weight: bold }

First Letter Pseudo-element
ตามชื่อเลยครับ firstletter ก็คือการควบคุมตัวหนังสือตัวแรกนั่นเอง

P:first-letter { font-size: 300%; float: left }

ที่ใช้บ่อยๆ ก็คือการควบคุมลิ้งค์ ส่วน first line and first letter ก็ลองนำไปใช้กันดูครับ

ตัวอย่าง Style Shess


http://www.visibone.com/popups/htmlpop.htm

http://www.visibone.com/swatches/

http://www.w3.org/MarkUp/Guide/Style



body {
scrollbar-arrow-color:000000;scrollbar-Track-Color:ffffff;

scrollbar-Highlight-Color:000000;
scrollbar-base-color:000000;
scrollbar-Face-Color:ffffff;
scrollbar-Shadow-Color:000000;
scrollbar-DarkShadow-Color:000000;}

--------------------------
body { background-color: rgb(105, 105, 105); background-image: url("http://xs3.xoospace.com/myspace/graphics/21591.jpg"); background-position: center center; background-repeat: no-repeat; background-attachment: fixed; }

table, tr, td {
background-color: transparent;
border: 1px; }
border-color: rgb(0,0,0);
border-style: solid;
background-color: transparent;
background-image:none;
background-color:transparent
filter:alpha(100); -moz-opacity: 1; opacity: 1; -khtml-opacity: 1;
filter:none;


.contactTable {width:300px !important; height:225px !important; padding:0px !important;background-image:url("http://xs3.xoospace.com/myspace/graphics/21597.jpg; background-position:center center;background-repeat:no-repeat; background-color:transparent;} .contactTable table, table.contactTable td { padding:0px !important;border:0px; background-color:transparent; background-image:none;} .contactTable a { display: block; height: 45px; } .contactTable a img {visibility:hidden; border:0px !important;} .contactTable .text {font-size:0px !important; letter-spacing:-0.5px;} .contactTable .text, .contactTable a, .contactTable img {filter:none !important;} .contactTable .whitetext12 {display:none;} .blacktext12 { font-family:Verdana; color:rgb(0,0,0); font-size:10px; font-style:normal; font-weight:bold; } table, tr, td, li, p, div { font-family:Verdana; color:rgb(0,0,0); font-size:10px; font-style:normal; font-weight:bold; } .btext { font-family:Verdana; color:rgb(0,0,0); font-size:10px; font-style:normal; font-weight:bold; } .blacktext10 { font-family:Verdana; color:rgb(44, 44, 44); font-size:12px; font-style:normal; font-weight:bold; text-decoration:none; } .lightbluetext8 { font-family:Verdana; color:rgb(44, 44, 44); font-size:12px; font-style:normal; font-weight:bold; text-decoration:none; } .orangetext15 { font-family:Verdana; color:rgb(44, 44, 44); font-size:12px; font-style:normal; font-weight:bold; text-decoration:none; } .redtext { font-family:Verdana; color:rgb(204, 0, 0); font-size:12px; font-weight:bold; font-style:normal; text-decoration:none; } .redbtext { font-family:Verdana; color:rgb(204, 0, 0); font-size:12px; font-weight:bold; font-style:normal; text-decoration:none; } .text { font-family:Verdana; color:rgb(0,0,0); font-size:10px; font-weight:bold; } .whitetext12 { font-family:Verdana; color:rgb(44, 44, 44); font-size:12px; font-weight:bold; font-style:normal; text-decoration:none; } a:active, a:visited, a:link { font-family:Verdana; color:rgb(44, 44, 44); font-size:10px; font-weight:bold; text-decoration:underline; } a:hover { font-family:Verdana; color:rgb(204, 0, 0); font-size:10px; text-decoration:underline; } a.navbar:active, a.navbar:visited, a.navbar:link { font-family:Verdana; color:rgb(44, 44, 44); font-size:10px; font-weight:bold; } a.navbar:hover { font-family:Verdana; color:rgb(204, 0, 0); font-size:10px; text-decoration:underline; } a.redlink:active, a.redlink:visited, a.redlink:link { font-family:Verdana; color:rgb(44, 44, 44); font-size:10px; text-decoration:underline; } a.redlink:hover { font-family:Verdana; color:rgb(204, 0, 0); font-size:10px; text-decoration:underline; } .nametext { font-family:Verdana; color:rgb(44, 44, 44); font-size:14px; font-weight:bold; text-decoration:none; font-style:normal; }






filter:alpha(opacity:75);

welcome to OpalKup

ยินดีต้อนรับสู่ blog ใหม่ของโอปอ ครับ